พุ่งพรวดขึ้นอีก ราคาทองล่าสุด

ทั่วไป

วันที่ 14 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมค้าทองคำรายงาน ราคาทองคำไทย ปรับครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09:23 น. โดยราคาทองล่าสุดวันนี้ ได้มีการปรับขึ้นอีก 300 บาท หลังจากที่ได้มีการผันผวนอย่างมาก หลังจากที่ลดลงจากบาทละ 3 หมื่นแล้ว โดยวันนี้ทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 28,550 ขายออกบาทละ 28,650 บาท ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 28,030.84 ขายออกบาทละ 29,150 บาท

ขอบคุณ ทองคําราคา

คำแนะนำสำหรับ ผู้ที่จะซื้อทองคำ เราต้องสังเกตุอะไรบ้างนั้น เรามีคำแนะนำจาก สคบ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ผู้บริโภคทุกท่าน พึงต้องรู้และสังเกตุเมื่อเวลาไปซื้อทองตามร้านทองต่างๆ ซึ่งนอกจากร้านขายทองต้องติดสลากสินค้าถูกต้องและชัดเจนแล้ว ยังมี 5 ข้อสำคัญที่ต้องรู้ไว้

5 ข้อควรรู้ก่อนซื้อทอง

Loading...
  1. ทองจะต้องมียี่ห้อ ทองคำแต่ละร้านจะมีเอกลักษณ์ของตัวเองที่ต่างกัน การเลือก ซื้อทอง จากร้านที่น่าเชื่อถือ เช่นห้างทองชื่อดัง จะเป็นขั้นแรกที่บอกถึงคุณภาพทองคำในมือคุณได้ และสิ่งที่สำคัญที่สุด ทั้งทองรูปพรรณหากเลือกทองที่มีตราประทับบอกที่มาที่ไป ของทองได้ ก็จะน่าเชื่อถือมากกว่าทองคำที่มี่ตราประทับ เพราะการนำไปขายต่อ หากทางร้านรู้ที่มาที่ไป ก็จะช่วยให้ขายได้ง่ายขึ้น
  2. มีการชั่งน้ำหนักที่ชัดเจน ร้านที่ดีจะต้องชั่งน้ำหนักทองให้เห็น เพราะทองแต่ละแบบน้ำหนักต่างกัน เช่น ทอง 96.50% จะมีน้ำหนัก 1 บาท ทางร้านจะต้องมีเครื่องที่สามารถบอกได้ว่าทองที่ขายนั้นมีน้ำหนักที่เท่าไหร่ เพื่อจะได้ข้อมูลที่ชัดเจน
  3. มีใบรับประกัน การซื้อทอง เหมือนซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูงทั่วไป หากไม่มีใบรับประกันสินค้าก็จะไม่สามารถบอกหรือการันตีได้ว่าทองที่ซื้อมานั้นมาจากร้านไหน อาจจะถูกตัดราคาได้เช่นกัน ดังนั้นตั้งแต่ซื้อทอง ตอนแรกจะต้องมีใบรับประกันเพื่อเป็นเครื่องยืนยัน
  4. ทองสวยงามและทองสำหรับนำมาขาย การซื้อทอง สำหรับนำมาขายนั้นจะต้องรู้ว่าความสวยงาม ลวดลายของทอง อาจจะมีผลต่อค่ากำเหน็จ ซึ่งเมื่อขาย่อราคาที่ทางร้านจะต้องหักเป็นค่ากำเหน็จอยู่ที่ 1,000 บาท เป็นต้นไป หรือหากมีงบมากก็ควรซื้อทองคำแท่งมาสะสมน่าจะดีกว่า เมื่อขายต่อก็จะได้ราคาที่มากกว่า
  5. การเก็บรักษา สำหรับทองคำแท่งที่ซื้อมานั้นทางร้านควรมีตัวล็อคพลาสติกมาให้ด้วย เพื่อไม่ให้ทองในกล่องต้องเคลื่อนไหวมากเนื่องจากอาจจะสึกหลอได้ ส่งผลให้มีเสียราคา ส่วนทองคำรูปพรรณนั้นหากต้องการซื้อมาเพื่อเก็งกำไร ก็ไม่ควรนำมาสวมบ่อย ๆ เช่นกัน

การปรับราคาทองคำดังกล่าว เป็นผลมาจากแรงซื้อทองคำที่เพิ่มมากขึ้น ในฐานะที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ในภาวะความไม่แน่นอน เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก อันเนื่องมาจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึง การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่า ราคาทองคํา จะปรับตัวเพิ่มขึ้น จากความวิตกกังวล เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยฉุดความเชื่อมั่น ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ทำให้เกิดหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ทำให้ “ความต้องการซื้อ” เข้ามาเป็นจำนวนมาก เป็นผลมาจาก เศรฐกิจโลกชะลอตัว และส่วนใหญ่ ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว ทองคำมักปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น สวนทางเศรษฐกิจ

ประเด็นนี้ อธิบายได้ว่า โดยปกติทั่วโลก จะมีทั้งช่วงที่มีการเจริญเติบตัว และช่วงที่มีการชะลอตัว เมื่อไหร่ที่เศรษฐกิจดูท่าว่าจะไปได้ไม่ค่อยสวย ก็จะส่งผลลบต่อ ตลาดที่มีความเสี่ยงสูงด้วย ไม่ว่าจะเป็นตลาดพันธบัตร ตลาดหุ้น หรือค่าเงิน

เพราะฉะนั้น เมื่อตลาดสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเหล่านี้ โดนผลกระทบในทางลบ นักลงทุนทั้งหลายก็จะนำเงินออก เพื่อไปเข้าหา สินทรัพย์ที่ความเสี่ยงต่ำ แต่ได้ผลตอบแทนมากกว่าฝากเงินกับสถาบันการเงิน นั่นก็คือ “ทองคำ” ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ “ความต้องการซื้อ” ทองคำมีปริมาณมากขึ้น และทำให้ตลาดการลงทุนทองคำปรับตัวขึ้นสูง ในทางตรงกันข้าม หากเศรษฐกิจร้อนแรง ดูท่าว่าจะเติบโตเรื่อยๆ สินทรัพย์อื่นๆ เช่น หุ้น ก็มีแนวโน้มว่าราคาจะสูงขึ้นในอนาคต แน่นอนว่าผู้คนย่อมอยากได้ผลตอบแทนที่สูงกว่า เงินก็จะไหลไปอยู่กับสินทรัพย์อื่น เพราะผู้คนไม่จำเป็นต้องใช้ทองเป็นที่กำบังอีกต่อไป ส่งผลให้ ความต้องการซื้อทองคำลดลง ทองคำก็จะปรับตัวลงตามไปนั่นเอง

สรุปก็คือ เมื่อไหร่ที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดีทองคำมักจะมีราคาที่สูง และเมื่อไหร่ที่เศรษฐกิจไปได้สวย ทองคำก็จะปรับตัวลง

ประเด็นสำคัญในช่วงเวลานี้ก็คือ เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว และมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งทางฝั่งสหรัฐ จีน หรือยุโรป ล้วนส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นทั้งสิ้น เพราะนักลงทุนต่างก็ทิ้งสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง นำเงินเข้ามาใส่ในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยอย่างเช่น ทองคำ นั่นเอง

Loading...