เตือนภัยพายุโซนร้อนซินลากู โดนนครพนมก่อน

ทั่วไป

อิทธิพลของพายุโซนร้อนซินลากู ที่ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านใน จังหวัดนครพนม ส่งผลกระทบบ้านเรือนรวมกว่า 700 หลังคาเรือน

รายงานข่าวระบุว่า น้ำป่าได้ไหลเข้าท่วมทะลักพื้นที่ บ้านโพนทอง หมู่ 1 และ หมู่ 8 ตำบลโพนทอง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนมได้รับผลกระทบกว่า 700 หลังคาเรือน บางจุดระดับน้ำสูงประมาณ 30 -50 เซนติเมตร ชาวบ้านต้องเร่งเก็บสิ่งของ เครื่องใช้ขึ้นที่สูง บางส่วนได้รับความเสียหาย เนื่องจากน้ำป่ามาเร็วไม่สามารถเก็บสิ่งของขึ้นได้ทัน

พื้นที่ดังกล่าว มีความเสี่ยงเนื่องจากเป็นพื้นที่ติดกับเทือกเขาภูลังกา และลำห้วยยาง หากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้น้ำป่าไหลมาสมทบและไหลระบายลงลำห้วยไม่ทัน เป็นต้นเหตุให้ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน รวมถึงพื้นที่การเกษตร ได้รับผลกระทบหลาย 100 ไร่

Loading...

ทางด้าน นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ นายอำเภอบ้านแพง พร้อมด้วย นายมนตรี จารุธรรมรงค์ ปลัดอาวุโส นำเจ้าหน้าที่ อส. ประสานงานร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน ในการขนย้ายสิ่งของ พร้อมแจ้งเตือนให้เฝ้าระวัง จัดเก็บสิ่งของ อพยพสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง

พร้อมกันนี้ ยังได้เตือนชาวบ้านให้เฝ้าระวังปัญหาน้ำป่าทะลักท่วมซ้ำอีก เนื่องจากยังมีความเสี่ยง หากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายช่วงโมงอาจจะทำให้น้ำท่วมซ้ำ จึงต้องมีการเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง ในส่วนของลำน้ำโขงยังสามารถรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก

ปัจจุบันระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 4 เมตร ห่างจากจุดล้นตลิ่ง ประมาณ 9 เมตร ยังสามารถรองรับน้ำอีกจำนวนมาก ทำให้พื้นที่ติดแม่น้ำโขง รวมถึงลำน้ำสาขา ยังไม่ได้รับผลกระทบน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องน้ำไหลระบายช้า รวมถึงน้ำป่าไหลหลาก หากฝนตกหนักต่อเนื่อง

พื้นที่ที่คาดว่าจะได้ผลกระทบมีดังนี้

ในช่วงวันที่ 2-3 สิงหาคม 2563

ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา และชัยภูมิ

ภาคกลาง: นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

วันที่ 4 สิงหาคม 2563

ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร กำแพงเพชร ตาก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา และบุรีรัมย์

ภาคกลาง: นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี และราชบุรี

ภาคตะวันออก: ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ระนอง พังงา ภูเก็ต เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรงดออกจากฝั่ง โดยหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง จนถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2563

สำหรับพายุระดับ 3 (โซนร้อน ฮากูปิต) บริเวณด้านตะวันออกของเกาะไต้หวัน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเกาะไต้หวันและเมืองเซียงไฮ้ ประเทศจีนในช่วงวันที่ 3-4 ส.ค. 63 ซึ่งพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

ความร้ายกาจของพายุโซนร้อนซินลากู ในอดีต

ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2557 เป็นฤดูกาลในอดีตที่เคยมีการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ฤดูกาลดังกล่าวจะลากยาวตลอด พ.ศ. 2557 โดยพายุหมุนส่วนใหญ่จะก่อตัวขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม เป็นฤดูกาลที่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย มีพายุโซนร้อนทั้งหมด 23 ลูก ในจำนวนนี้พัฒนาเป็นพายุไต้ฝุ่น 11 ลูก และมี 8 ลูกที่เป็นพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่น ช่วงสูงสุดของฤดูกาลคือเดือนสิงหาคมและกันยายน มีกิจกรรมขนาดเล็กเกิดขึ้นเนื่องจากการมีกำลังแรงอย่างผิดปกติ และระยะการลดลงอย่างติดต่อกันของความผิดปกติแมดเดน–จูเลียน (MJO) พายุที่ได้รับชื่อเป็นชื่อแรกของฤดูกาลนี้คือ พายุโซนร้อนเหล่งเหล่ง ก่อตัวเมื่อวัน 18 มกราคม ส่วนพายุลูกสุดท้ายที่ได้รับชื่อคือ พายุโซนร้อนชังมี สลายตัวในวันที่ 1 มกราคมของปีถัดไป

ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่มีกิจกรรมของพายุ จำนวนผู้เสียชีวิต และความเสียหายน้อยกว่าฤดูกาลที่แล้ว แต่ก็มีพายุไต้ฝุ่นทรงพลังที่เป็นที่มีความโดดเด่นเกิดขึ้น โดยเป็นฤดูที่พบพายุหลายลูกที่ทวีกำลังแรงจนถึงระดับ 5 ตามมาตราแซฟเฟอร์–ซิมป์สัน (ได้แก่ นอกูรี, รามสูร, หะลอง, เจนิวีฟ, หว่องฟ้ง, นูรี และ ฮากูปิต รวมเจ็ดลูก) นับตั้งแต่ พ.ศ. 2540 พายุไต้ฝุ่นรามสูรเป็นพายุหนึ่งในสามลูก ที่สามารถเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 5 ได้ภายในทะเลจีนใต้ โดยอีกสองลูกคือ พายุไต้ฝุ่นแพเมลาในปี พ.ศ. 2497 และพายุไต้ฝุ่นเมอรันตีในปี พ.ศ. 2559 โดยพายุไต้ฝุ่นรามสูรทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 200 คน และสร้างความเสียหายมากกว่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในประเทศจีนและประเทศฟิลิปปินส์ ส่วนพายุเจนิวีฟ เป็นระบบพายุที่มีช่วงชีวิตยาวนานที่สุดระบบหนึ่ง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542[1]

ขอบเขตของบทความนี้จำกัดเฉพาะมหาสมุทรแปซิฟิกที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ระหว่างเมอริเดียนที่ 100 และ 180 ตะวันออก ในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ มีสองหน่วยงานที่กำหนดชื่อพายุหมุนซึ่งอาจเป็นผลให้พายุลูกหนึ่งมีสองชื่อ กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) จะตั้งชื่อพายุถ้าพายุลูกนั้นมีความเร็วลมที่รอบศูนย์กลางพายุที่สูงสุด 10 นาที อย่างน้อย 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใดในแอ่ง ขณะที่สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) กำหนดชื่อพายุหมุนซึ่งเคลื่อนเข้าสู่หรือก่อตัวขึ้นเป็นดีเปรสชันเขตร้อนในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานฯ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างลองติจูด 135 และ 115 องศาตะวันออก และระหว่างละติจูด 5 ถึง 25 องศาเหนือ แม้พายุนั้นจะมีชื่อที่กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นตั้งแล้วก็ตาม นอกจากนี้พายุดีเปรสชันเขตร้อนซึ่งถูกเฝ้าติดตามโดยศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม (JTWC) ของสหรัฐยังได้รับการกำหนดหมายเลขและเติมตัวอักษร “W” ต่อท้ายเป็นรหัสเรียกด้วย

ระวังกันไว้หน่อยนะครับ แอดขอเอาใจช่วยชาวนนครพนมก่อน

Loading...